ความยั่งยืนของ “จิ้งจอกสยาม”

    เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกลุ่มทุนจากคนไทยเป็นเจ้าของทีมนั้นถูกมองว่ามีการบริหารงานอย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เข้าไปเทคโอเวอร์สโมสรเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาเคยสร้างปาฏิหารย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จแล้วในปี 2016 ทั้งๆ ที่เป็นช่วงที่การแข่งขันกันสูงมากกว่าแต่ก่อนก็ตาม และถึงแม้ว่าฤดูกาลนั้นหลายๆ ทีมใหญ่ต่างพากันฟอร์มตกกันไปหมดก็ตาม แต่ถึงอย่างไรฤดูกาลนั้นเลสเตอร์ ซิตี้ก็ทำผลงานได้อย่างสุดยอดอยู่ดี

สิ่งหนึ่งที่แข็งแกร่งของทางเลสเตอร์ ซิตี้ในช่วงที่ผ่านมา คือทีมงานแมวมองในการเสาะหานักเตะฝีเท้าดีเข้ามาสู่ทีมนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถรั้งสตาร์ให้อยู่กับทีมได้ตลอดก็ตาม แต่พวกเขาก็สามารถเรียกเงินจากการขายนักเตะให้กับทีมใหญ่ได้อย่างมหาศาลมาตลอด อีกทั้งยังเจียดเงินส่วนนั้นไปหานักเตะรายใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งมักจะหาตัวแทนได้ดีอีกด้วย ทำให้พวกเขายังคงเป็นทีมแกร่งของลีกอยู่ในเวลานี้ อย่างเช่นตอนที่เสียเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวตัดเกมคนเก่งของทีมไป พวกเขาก็ไปหาวิลฟรีด เอ็นดิดี้ กองกลางชาวไนจีเรียเข้ามาทดแทนจนได้ ซึ่งยังทำได้ดีอยู่จนถึงตอนนี้เลยทีเดียว หรืออย่างล่าสุดที่เสียแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาก็คว้าตัวคากล้า โซยุนคู ปราการหลังทีมชาติตุรกีมาสแตนด์บายรอตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ทำให้ฤดูกาลนี้สามารถเข้ามาทดแทนได้ในทันที

และด้วยการที่มีเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือเข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ทีม “จิ้งจอกสยาม” มีผลงานที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่นั้นมา จนทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขากลายเป็นทีมในกลุ่มหัวตารางไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีช่วงที่เป็นรองจ่าฝูงอยู่นานเลยด้วย ก่อนที่จะถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้แซงไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ถึงแม้ว่าบารมีของเลสเตอร์ ซิตี้จะยังไม่สามารถเทียบกับบรรดายักษ์ใหญ่ของลีกได้ในตอนนี้ แต่ด้วยการบริหารงานที่ดี ทำให้พวกเขาจะสามารถอยู่โลดแล่นในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสบาย และในบางฤดูกาลอาจจะสามารถสอดแทรกเข้ามาลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้ด้วย เหมือนอย่างเช่นฤดูกาลนี้เป็นต้น ซึ่งนี่จะทำให้ “จิ้งจอกสยาม” กลายเป็นทีมที่มั่นคงต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน

Published by