สรุปตารางพรีเมียร์ลีกล่าสุด

     

    หลังจากจบฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 25 และบางทีมลงเล่นนัดที่ 26 ไปแล้ว โดยตอนนี้เริ่มที่จะมีความชัดเจนในส่วนของอันดับต่างๆแล้ว โดยเฉพาะทีมแชมป์ที่ตอนนี้ลิเวอร์พูลมีคะแนนนำรองจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปถึง 22 คะแนน แทบจะปิดประตูแชมป์ไปแล้ว ส่วนอันดับที่ 4 นั่นน่าจะเรียกว่าเป็นอะไรที่น่าติดตามมากกว่า เพราะมีหลายทีมที่ต้องการแย่งอันดับที่ 4 เพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า โดยมีทีมอย่าง เชลซี สเปอร์ส แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วูลฟ์แฮมป์ตัน และ เชฟฟิล์ด ยูไนเต็ด เรียกว่าผลการแข่งขันในแต่ละสัปดาห์สามารถเปลี่ยนแปลงอันดับได้อย่างรวดเร็ว สำหรับทีมที่ต้องการดิ้นรนหนีการตกชั้นก็ไล่ตั้งแต่ทีมอันดับที่ 20 อย่างนอริช ซิตี้ ไปจนถึงอันดับที่ 15 อย่างไบร์ทตัน ก็ต้องแข่งขันกันอย่างที่จะพลาดไม่ได้เลย เพราะแน่นอนการตกชั้นไปเล่นในฟุตบอลเดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ จะส่งผลทางด้านการเงินของทีมนั่นๆอย่างแน่นอน สำหรับโปรแกรมนัดที่ 26 ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะแบ่งเป็น 2 ชุด โดยคู่เอกจะเป็นการเจอกันของสองทีมที่แย่งอันดับที่ 4 กันอย่าง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งแน่นอนว่าผลการแข่งขันนัดนี้สำคัญอย่างมากสำหรับทั้งสองทีม ต้องมาดูกันว่าผลการแข่งขันของนัดนี้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร โดยทุกท่านก็สามารถติดตามการดูบอลสด ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ในช่วงสัปดาห์นี้ผ่านทางช่องต่างๆ ได้เหมือนเดิม

 

สรุปผลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 25

   ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 25 ผ่านการแข่งขันครบทุกคู่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผลการแข่งขันในหลายๆคู่ที่น่าสนใจ จะมีคู่ใดบ้างเราไปติดตามกันเลย

คู่แรกเป็นการเจอกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนกับเชลซี โดยการแข่งขันคู่นี้สนุกมากและ สุดท้ายจบลงด้วยการเสมอกันไป 2-2 คู่ต่อมาลิเวอร์พูลทีมจ่าฝูงเปิดบ้านรับการมาเยือนของเซาแธมป์ตัน โดยเกมส์นี้ลิเวอร์พูลยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดโดยเอาชนะไปได้ 4-0 โดยเกมส์นี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมาคนเดียวสองประตู คู่ต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านทำศึกเกมส์สำคัญในการแย่งพื้นที่อันดับที่ 4 เพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับวูลฟ์แฮมป์ตัน และผลการแข่งขันก็ไม่ดีต่อทั้งสองฝ่ายโดยเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0 ส่วนคู่เอกประจำสัปดาห์ สเปอร์ส รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมส์นี้สำคัญต่อทั้งสองทีม และผลการแข่งขันออกมาที่สเปอร์สเจ้าบ้านเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่สองของตารางตามหลังลิเวอร์พูลทีมจ่าฝูงอยู่ถึง 22 คะแนน ทำให้ตอนนี้ลิเวอร์พูลต้องการชัยชนะอีกแค่ 6 นัดเท่านั้น พวกเขาก็จะสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ส่วนผลคู่อื่นๆมีดังนี้ บอร์นสมัธ แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2 คริสตัล พาเลซ แพ้ เชฟฟิล์ด ยูไนเต็ด 0-1 นิวคาสเซิ่ล เสมอ นอริช ซิตี้ 0-0 วัตฟอร์ด แพ้ เอฟเวอร์ตัน 2-3  เวสตแฮม เสมอ ไบร์ทตัน 3-3 และ เบิร์ลี่ย์ เสมอ อาร์เซน่อล 0-0

ดับทั้งคู่!

   

  ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มีกองหน้าดาวรุ่งสัญชาติอิตาเลี่ยนที่ย้ายจากบ้านเกิดมาค้าแข้งในเมืองผู้ดีถึง 2 คน ทั้งมอยส์ คีน กองหน้าดาวรุ่งที่เอฟเวอร์ตันไปคว้าตัวมาจากยูเวนตุส ด้วยค่าตัวถึง 30 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าน่าแปลกใจเลยทีเดียวที่ทีม “ม้าลาย” ตัดสินใจปล่อยกองหน้าวัย 19 ปีรายนี้ออกจากทีม ทั้งๆ ที่เป็นอนาคตของสโมสร และของทีมชาติอิตาลีเลยด้วยซ้ำจากแวว และผลงานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และอีกรายคือพาทริค ครูโตเน่ กองหน้าดาวรุ่งที่วูล์ฟส์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์สไปคว้าตัวมาจากเอซี มิลาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นกองหน้าอนาคตไกลเช่นกัน ถึงแม้ว่าชื่อเสียงจะไม่เท่ากับมอยส์ คีนก็ตาม แต่หากใครเป็นแฟนเกมฟุตบอล เมเนเจอร์แล้วหล่ะก็ จะต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนามนักเตะรายนี้อย่างแน่นอน

ทั้งมอยส์ คีน และพาทริค ครูโตเน่เมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ไม่ได้เป็นตัวจริงของต้นสังกัดเดิมอยู่แล้ว มาในฤดูกาลนี้พวกเขาก็เริ่มต้นในฐานะตัวสำรองเช่นเดิม โดยมอยส์ คีน ตกเป็นตัวสำรองของโดมินิค คัลเวิร์ต เลวินของเอฟเวอร์ตัน ส่วนครูโตเน่นั้นต้องเป็นตัวสำรองของราอูล ฮิมิเนส กองหน้าทีมชาติเม็กซิโกของวูล์ฟส์ ซึ่งกองหน้าตัวจริงของทั้ง 2 ทีมต่างทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ทำให้ดาวรุ่งอิตาเลี่ยนทั้ง 2 ไม่สามารถสอดแทรกเข้าไปเป็นตัวจริงได้เลยในช่วงที่ผ่านมา และสุดท้ายพาทริค ครูโตเน่ ก็ถูกปล่อยไปให้กับฟิออเรนติน่า ทีมในบ้านเกิดยืมตัวไปใช้งานช่วงที่เหลือของฤดูกาลแล้ว ส่วนในรายของมอยส์ คีน การที่ทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เปลี่ยนกุนซือมาเป็นคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนด้วยกัน ทำให้เขายังดูมีโอกาสที่จะปรับตัวได้ในช่วงหลังจากนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีปัญหากับดันแคน เฟอร์กูสัน กุนซือขัดตาทัพของทีมด้วยซ้ำ ในการเปลี่ยนตัวออกหลังจากลงสนามไปไม่ถึง 20 นาทีในเกมที่บุกไปพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขาหัวเสียจนต้องเดินเข้าอุโมงค์ก่อนจบเกมเลยทีเดียว

ต่อไปทั้งคู่จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ช่วงที่ผ่านมาถือว่าทั้งคู่สอบตกกับเวทีพรีเมียร์ลีกของอังกฤษอย่างหมดสภาพ และเรียกได้ว่าเป็นการดับอนาถได้เลยด้วยซ้ำ

งานเข้า “น้ามู”

  หลังจากที่โชเซ่ มูรินโญ่ได้ถูกแต่งตั้งเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นดูเหมือนว่าปัญหาจะเริ่มรุมเร้าตัวกุนซือชาวโปรตุกีสมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องนักเตะที่กำลังหลักที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาสามารถแก้ปัญหาไปได้ 1 ราย คือโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมที่ตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไป ไม่นานหลังจากที่มูรินโญ่เข้ามาคุมทีม แต่ก็ยังเหลืออีก 2 รายคือแยน แฟร์ต็องเก้น กองหลังเบลเยี่ยม และคริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์ก ซึงรายหลังตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญากับทีม และเราน่าจะได้เห็นเขาย้ายในช่วงเดือนมกราคมนี้เลยด้วย แต่อย่างน้อยทีม “ไก่เดือยทอง” ก็จะได้เงินค่าตัวดาวเตะวัย 27 ปีตอบแทน ดีกว่าจะเสียฟรีไปเลยหลังจบฤดูกาล แต่ในรายของแฟร์ต็องเก้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดี

นอกจากเรื่องสัญญาของนักเตะแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ต้องพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกอีกกับปัญหานักเตะบาดเจ็บที่ถาโถมเข้ามาใส่นักเตะของพวกเขา ทั้งมุสซ่า ซิสโซโก้ กองกลางฝรั่งเศส และโดยเฉพาะแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมที่เป็นดาวเตะที่สำคัญที่สุดของพวกเขา ที่ได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องพักไปจนจบฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้กุนซือโปรตุกีสจะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงคนสำคัญทันที ซึ่งพวกเขาไม่มีนักเตะตัวแทนในตำแหน่งนี้โดยตรงด้วย ถึงแม้ว่าซน ฮึงมิน ดาวเตะเกาหลีใต้จะสามารถจะขยับไปเล่นได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ที่เขาจะมีศักยภาพสูงสุดในการเล่นแต่อย่างใด

การที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สามารถทำการคว้าตัวเจดสัน แฟร์นันเดส กองกลางดาวรุ่งชาวโปรตุกีสมาจากเบนฟิก้าได้สำเร็จ ในแบบสัญญายืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาด เป็นเพียงการแก้ปัญหาในแดนกลางเท่านั้น แต่ในส่วนของแฮร์รี่ เคนนั้นพวกเขากำลังมองหาทางเลือกอื่นอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับทีมที่มีผู้บริหารสุดเขี้ยวอย่างดาเนี่ยล เลวี่ ที่จะยอมซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมในเดือนมกราคม ซึ่งอาจจะทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องปวดหัวไปตลอดจนจบฤดูกาลนี้เลยก็ได้ หากไม่สามารถหากองหน้ารายใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกในช่วงที่เหลือของฤดูกาลได้

ข้อมูลโดย FIFA55

ทำเนียบดาวซัลโว!

   

   ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ถือว่าเป็นลีกที่มียอดดาวเตะย้ายมาค้าแข้งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในแต่ละฤดูกาลการลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวก็สนุกเช่นกัน โดยยุคก่อนหน้านี้หากย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทำเนียบการลุ้นดาวซัลโวแต่ละฤดูกาลแทบจะไม่มีนักเตะสัญชาติอังกฤษอยู่ในโผเลยด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่แฮร์รี่ เคน ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เขาก็กลายเป็นดาวยิงระดับแถวหน้าของลีกมาโดยตลอด แต่ก็มีเพียงเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นชาวอังกฤษ และได้ลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวเป็นประจำ หากไม่นับเจมี่ วาร์ดี้ ที่ก้าวขึ้นมายิงกระจายอยู่ปีเดียวในปีที่เลสเตอร์ ซิตี้ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2015-2016

แต่ในฤดูกาลนี้เจมี่ วาร์ดี้ในวัย 33 ปีกลับมายิงกระจุยอีกครั้งให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ โดยยังนำเป็นดาวซัลโวของลีกในเวลานี้ด้วย แต่นอกจากวาร์ดี้แล้วยังมีนักเตะอังกฤษหลายคนทีเดียวที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในรายชื่อลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวพร้อมกันในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวรุกดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำลายสถิติยิงมากที่สุดต่อฤดูกาลของตัวเองไปแล้ว แดนนี่ อิงคส์ กองหน้าฟอร์มแรงที่ช่วยให้เซาธ์แฮมป์ตันโกยคะแนนได้เป็นกองในช่วงนี้ แทมมี่ อบราฮัม กองหน้าตัวเป้าดาวรุ่งจากเชลซี และรวมถึงราฮีม สเตอร์ลิ่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วย ซึ่งเหมือนดาวเตะอังกฤษต่างมานัดกันพังประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นปีที่กำลังมีศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงกลางปีนี้พอดีด้วย

นอกจากรายชื่อเหล่านี้แล้วยังมีขาประจำอย่างเซร์คิโอ อเกวโร่ กุน กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าตัวเด็ดของอาร์เซน่อลอยู่ด้วย ที่ยังได้ลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกอยู่ในตอนนี้ ส่วนดาวซัลโวของลีก 2 สมัยล่าสุดอย่างโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ตัวรุกทีมชาติอิยิปต์ของลิเวอร์พูลนั้น ฤดูกาลนี้ฟอร์มส่วนตัวดร็อปลงไป อีกทั้งยังมีซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกทีมชาติเซเนกัลที่แบ่งเบาภาระในการทำประตูไป ทำให้ตอนนี้ซาเน่ทำประตูรวมแซงหน้าซาล่าห์แล้วด้วยในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นผลดีกับสโมสรลิเวอร์พูลอย่างเห็นได้ชัด จากผลงานของทีมในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา

ความยั่งยืนของ “จิ้งจอกสยาม”

    เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกลุ่มทุนจากคนไทยเป็นเจ้าของทีมนั้นถูกมองว่ามีการบริหารงานอย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เข้าไปเทคโอเวอร์สโมสรเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาเคยสร้างปาฏิหารย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จแล้วในปี 2016 ทั้งๆ ที่เป็นช่วงที่การแข่งขันกันสูงมากกว่าแต่ก่อนก็ตาม และถึงแม้ว่าฤดูกาลนั้นหลายๆ ทีมใหญ่ต่างพากันฟอร์มตกกันไปหมดก็ตาม แต่ถึงอย่างไรฤดูกาลนั้นเลสเตอร์ ซิตี้ก็ทำผลงานได้อย่างสุดยอดอยู่ดี

สิ่งหนึ่งที่แข็งแกร่งของทางเลสเตอร์ ซิตี้ในช่วงที่ผ่านมา คือทีมงานแมวมองในการเสาะหานักเตะฝีเท้าดีเข้ามาสู่ทีมนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถรั้งสตาร์ให้อยู่กับทีมได้ตลอดก็ตาม แต่พวกเขาก็สามารถเรียกเงินจากการขายนักเตะให้กับทีมใหญ่ได้อย่างมหาศาลมาตลอด อีกทั้งยังเจียดเงินส่วนนั้นไปหานักเตะรายใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งมักจะหาตัวแทนได้ดีอีกด้วย ทำให้พวกเขายังคงเป็นทีมแกร่งของลีกอยู่ในเวลานี้ อย่างเช่นตอนที่เสียเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวตัดเกมคนเก่งของทีมไป พวกเขาก็ไปหาวิลฟรีด เอ็นดิดี้ กองกลางชาวไนจีเรียเข้ามาทดแทนจนได้ ซึ่งยังทำได้ดีอยู่จนถึงตอนนี้เลยทีเดียว หรืออย่างล่าสุดที่เสียแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาก็คว้าตัวคากล้า โซยุนคู ปราการหลังทีมชาติตุรกีมาสแตนด์บายรอตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ทำให้ฤดูกาลนี้สามารถเข้ามาทดแทนได้ในทันที

และด้วยการที่มีเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือเข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ทีม “จิ้งจอกสยาม” มีผลงานที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่นั้นมา จนทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขากลายเป็นทีมในกลุ่มหัวตารางไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีช่วงที่เป็นรองจ่าฝูงอยู่นานเลยด้วย ก่อนที่จะถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้แซงไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ถึงแม้ว่าบารมีของเลสเตอร์ ซิตี้จะยังไม่สามารถเทียบกับบรรดายักษ์ใหญ่ของลีกได้ในตอนนี้ แต่ด้วยการบริหารงานที่ดี ทำให้พวกเขาจะสามารถอยู่โลดแล่นในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสบาย และในบางฤดูกาลอาจจะสามารถสอดแทรกเข้ามาลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้ด้วย เหมือนอย่างเช่นฤดูกาลนี้เป็นต้น ซึ่งนี่จะทำให้ “จิ้งจอกสยาม” กลายเป็นทีมที่มั่นคงต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน

ตัวแทน ‘เคน’

  จากกรณีที่แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการผ่าตัดไปหลังเกมที่ทีม “ไก่เดือยทอง” บุกไปแพ้ให้กับเซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และผลสรุปออกมาว่าดาวยิงคนสำคัญรายนี้อาจจะต้องใช้เวลาพักรักษาตัวนานถึง 6 เดือนเลยทีเดียว จากตอนแรกที่ประเมินไว้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ทำให้คาดการณ์กันว่าเขามีโอกาสจะหมดสิทธิ์ช่วยทีมชาติอังกฤษทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนนี้เลยทีเดียว ทำให้แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษอาจจะต้องมองหาทางเลือกใหม่ในตำแหน่งกองหน้าตัวจริงในทัวร์นาเม้นต์ที่จะถึงนี้ ซึ่งถึงแม้ว่าทีมชาติอังกฤษชุดปัจจุบันจะมีนักเตะตัวรุกที่เก่งกาจหลายคน แต่ส่วนใหญ่จะถนัดในการเล่นเป็นตัวริมเส้นมากกว่า ทั้งราฮีม สเตอร์ลิ่ง เจดอน ซานโช่ หรือแม้แต่มาร์คัส แรชฟอร์ดก็ตาม ทำให้กุนซือทีมชาติวัย 49 ปีจะต้องมองหากองหน้าตัวเป้ารายใหม่เข้ามาติดทีมชาติอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ที่แกเร็ธ เซาธ์เกตเรียกตัวติดทีมชาติในตำแหน่งกองหน้านั้นมีคัลลั่ม วิลสัน กองหน้าจากบอร์นมัธ และแทมมี่ อบราฮัม กองหน้าดาวรุ่งจากเชลซี ซึ่งรายหลังน่าจะติดทีมชาติลุยศึกยูโรหนนี้อย่างแน่นอน เพราะยังคงฟอร์มดีอย่างต่อเนื่อง แต่คัลลั่ม วิลสันนั้นฟอร์มตกสุดขีดตามผลงานของบอร์นมัธในฤดูกาลนี้ ทำให้รายชื่อนักเตะกองหน้าที่กำลังฟอร์มแรงในลีกเวลานี้อย่างแดนนี่ อิงคส์ กองหน้าของเซาธ์แฮมป์ตัน กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างยิ่ง ว่าเขาสมควรที่จะได้รับโอกาสในการติดทีมชาติอังกฤษในการเรียกตัวครั้งต่อไป ซึ่งรวมถึงเมสัน กรีนวู๊ด กองหน้าดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็เช่นกัน ที่อาจจะได้รับส้มหล่นจากการบาดเจ็บของแฮร์รี่ เคนครั้งนี้

ทีม “สิงโตคำราม” มีคิวจะทำการอุ่นเครื่องกับทีมชาติอิตาลี และทีมชาติเดนมาร์กในช่วงเดือนมีนาคมนี้ในช่วงฟีฟ่า เดย์ ซึ่งหากใครสามารถทำผลงานได้เข้าตาในช่วงอุ่นเครื่องนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะมีชื่อเป็น 1 ใน 23 ผู้เล่นไปสู้ศึกยูโร 2020 และก่อนเริ่มศึกยูโรก็จะมีอุ่นเครื่องรอบสุดท้ายกับทีมชาติออสเตรีย และทีมชาติโรมาเนีย

สรุปตารางคะแนนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 22

   หลังจากผ่านการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 22 ที่ผ่านมา การแข่งขันในตำแหน่งอันดับที่ 4 ถือว่าเข้มข้นอย่างมากโดยตอนนี้คะแนนค่อนข้างใกล้เคียงและสูสีกัน รวมถึงการหนีตกชั้นด้วย โดยวันนี้เราจะมาสรุปตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดกัน

เริ่มที่หัวตาราง อันดับที่ 1 ยังเป็นของลิเวอร์พูล ที่นัดล่าสุดบุกไปเอาชนะสเปอร์สได้ถึงถิ่น 1-0 ทำให้ตอนนี้มีอยู่ 61 คะแนน จากการลงเล่น 21 นัด ทำให้โอกาสเป็นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในรอบ 30 ปี ใกล้เข้ามาทุกที ส่วนอันดับที่ 2 ของตารางมีการเปลี่ยนแปลง โดยเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตีั ที่กลับมาอยู่อันดับที่ 2 ของตารางได้อีกครั้ง หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมบุกไปเอาชนะแอสตัน วิลล่าได้ 6-1 ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้ ต้องตกไปอยู่อันดับที่ 3 ของตารางแทนหลังจากเล่นในบ้านของตนเองแพ้ให้กับ เซาแธมป์ตันไป 1-2 ส่วนอันดับที่ 4 ของตาราง เชลซียังคงเหนี่ยวแน่นหลังจากเปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ได้ 3-0 ทำให้มีอยู่ 39 คะแนน จากการลงเล่น 22 นัด อันดับ 5 เป็นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีอยู่ 34 คะแนน ส่วนเชฟฟิล์ด ยูไนเต็ด วูลฟ์แฮมป์ตัน และ สเปอร์ส มีคะแนนตามมาตามลำดับ

วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก แมนยู พบ นอริช ซิตี้

  

    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 21 เกมส์ที่สนามโอล์ด แทร็พฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นอริช ซิตี้ โดยกมส์นี้ทั้งสองทีมมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นอันดับที่ 4 ของตาราง เพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูหน้า ส่วนนอริช ซิตี้ ต้องการชัยชนะเพื่อที่จะลุ้นหนีการตกชั้น โดยตอนนี้อยู่อันดับที่ 20 ของตาราง โดยมีเพียงแค่ 14 คะแนน จาก 21 นัดเท่านั้น ผลงานนัดล่าสุดของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้าน 1-3 ในฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศนัดแรก ส่วน นอริช ซิตี้ ลงเล่นในฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบ 3 บุกไปเอาชนะเปรสตัน นอร์ทเอนด์ได้ถึงถิ่น 4-2

รูปเกมส์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเกมส์นี้ เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงจะเปิดเกมส์บุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างแน่นอน เพื่อคว้าสามคะแนนให้ได้ เพื่อที่จะไล่ตามเชลซีทีมอันดับที่ 4 ดังนั้นจึงต้องเน้นพิเศษ ส่วนทีมเยือนนอริช ซิตี้ คงจะมาเล่นเกมส์รับและรอจังหวะสวนกลับ ดูแล้วเกมส์นี้ประตูแรกสำคัญที่สุด ถ้าใครได้ก่อนมีสิทธิ์ที่จะเป็นผู้เก็บชัยชนะของเกมส์นี้ได้เลย